ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต

November 13th, 2014

การมอบดอกไม้นั้น เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ ที่เรามักจะพบบ่อยๆ ไม่ว่าจะอยู่ในซีกโลกตะวันตก หรือซีกโลกตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นศาสนา พุทธ คริสต์ อิสลาม ยูดาห์ ซิกซ์ และพราหมณ์-ฮินดู ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ดอกไม้ เป็นองค์ประกอบ ในพิธีกรรมทางศาสนา ดอกไม้จึงมีบทบาทสำคัญ ต่อชีวิตของมนุษย์ ทั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลก ยันเสียชีวิตเลยทีเดียว คงจะไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่ไม่อยากได้รับดอกไม้ ในวันวาเลนไทน์ คงจะไม่มีบัณฑิตคนไหน ที่ไม่ต้องการดอกไม้แสดงความยินดี ในวันรับปริญญา

คงไม่มีผู้หญิงคนไหน ที่จะดีใจมากไปกว่า การที่มีผู้ชายคุกเข่า เพื่อขอแต่งงาน พร้อมกับช่อดอกไม้ และแหวนวงโต และคงไม่มีคนป่วยคนไหน ที่ไม่อยากได้รับดอกไม้ แสดงการให้กำลังใจของผู้มอบ รวมไปถึง คงไม่มีงานศพใด ที่ไม่มีการส่งพวงหรีด แสดงความเสียใจ อย่างแน่นอน ด้วยความที่ดอกไม้ มีบทบาท เป็นอย่างมาก กับวิถีชีวิตคนในปัจจุบัน จึงทำให้เราเห็น ร้านดอกไม้ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่เมื่อในเทศกาลสำคัญๆ ที่มีการใช้ดอกไม้มากๆ อย่างวาเลนไทน์ ดอกไม้ที่มีอยู่ในตลาดนั้น แม้จะแพงขนาดไหน ก็ยังไม่เพียงพอ ต่อความต้องการซื้อ ที่ทะลัก และล้นหลามอยู่ดี

ธุรกิจร้านดอกไม้ จึงเป็นธุรกิจที่น่าลงทุน เพราะมีความต้องการเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ตราบเท่าที่คนไทย ยังต้องพบกับงานวันเกิด รับปริญญา ขอแต่งงาน งานแต่งงาน และงานศพ วัฒนธรรมการใช้ดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ ก็จะยังคงดำเนินต่อไปได้ อย่างแน่นอน
รูปแบบของธุรกิจร้านดอกไม้

1. รับดอกไม้มาขายแบบง่ายๆ
สำหรับผู้ที่ไม่มีเงินทุน ที่มากนัก บวกกับยังไม่ค่อยมีความรู้ เกี่ยวกับดอกไม้ซักเท่าไหร่ การรับดอกไม้มาขาย แบบง่ายๆ นั้น ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลว ถึงแม้ว่าจะดูเป็นแค่ การซื้อมาขายไป ไม่ได้เพิ่มมูลค่าอะไรมากนัก แต่หากเป็นในเทศกาลที่สำคัญๆ อย่างวาเลนไทน์ รูปแบบนี้ ก็สามารถขายดอกไม้ และทำเงินได้อย่างมหาศาล เช่นเดียวกัน

2. ขายดอกไม้ และรับจัดช่อดอกไม้
คุณอาจจะรับขายดอกไม้มาขาย แบบง่ายๆ ได้ซักพักหนึ่ง และเริ่มมีเงินทุน รวมไปถึง ได้เรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับการจัดดอกไม้ คุณก็สามารถที่จะเริ่มต้น ร้านดอกไม้ในลักษณะนี้ได้แล้ว การจัดดอกไม้เป็นการเพิ่มมูลค่า ให้กับดอกไม้ที่ราคาไม่แพงนัก แต่เมื่อมารวมกันเป็นช่อ กลับได้ราคาสูงอย่างน่าตกใจ บางครั้งราคาดอกไม้รวมกัน อาจจะแค่หลักร้อย แต่เมื่อจัดแล้วสามารถขายได้ ในหลักพัน เลยทีเดียว

3. มีบริการ Delivery
เมื่อคุณมีทักษะ ในการจัดดอกไม้แล้ว วิธีการเพิ่มยอดขาย และกำไร ให้กับธุรกิจร้านดอกไม้เพิ่มเติมอีก คือ การให้บริการส่งแบบ Delivery ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมาก ในปัจจุบัน เนื่องจากบางครั้ง ลูกค้าก็ไม่ว่างที่จะมา ซื้อดอกไม้ และเจรจาต่อรองด้วยตัวเอง

4. ปลูกดอกไม้
หากคุณเบื่อ ที่จะต้องบริหารจัดการหน้าร้าน แต่มีที่ดินอยู่ต่างจังหวัด และมีความพร้อมที่จะทำการเกษตร การปลูกดอกไม้ เพื่อส่งให้ร้านต่างๆ ก็เป็นรูปแบบธุรกิจที่ไม่เลว หรือคุณอาจจะมีหน้าร้านของตัวเองด้วย ก็ไม่ผิด และทำให้ได้กำไรเต็มๆ รวมไปถึง ได้สายสัมพันธ์ กับร้านค้าที่อยู่บริเวณโดยรอบ ทำให้คุณสามารถขายดอกไม้ จากสวนของคุณ ให้กับพวกเค้า โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง

Categories: เรื่องธุรกิจ

Tags: Comments Off

กลยุทธ์การตลาดสำหรับธุรกิจร้านจัดดอกไม้

October 14th, 2014

ธุรกิจร้านจัดดอกไม้ที่ประสบผลสำเร็จนั้น ผู้ประกอบการจะต้องมีความชำนาญ รวมทั้งมีความตั้งใจในการที่จะทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง เพราะร้านจัดดอกไม้ในปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ถ้าขาดความตั้งใจและไม่มีความชำนาญในการทำธุรกิจก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จดังที่ต้องการได้ ดังนั้นทางร้านควรมีกลยุทธ์การตลาดเพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้าในหลายๆ วิธี ได้แก่

1. การที่ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้นั้น สถานที่ตั้งร้านเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรก เพราะหากเปิดกิจการในพื้นที่ที่มีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายน้อย โอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็น้อยลงด้วยเช่นกัน

2. ควรนำดอกไม้แปลกๆ สีสันหลากหลายหรือดอกไม้เมืองนอกมาจัดตกแต่ง แต่อย่างไรก็ตามอย่ามองข้ามดอกไม้ท้องถิ่น เนื่องจากสามารถนำมาประยุกต์จัดร่วมกันได้

3. ความคิดสร้างสรรค์ ความชำนาญและสมาธิ ถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด ฉะนั้นหากขาดสิ่งเหล่านี้ไป ดอกไม้ที่จัดออกมาจะไม่สวยงาม การสร้างจุดขายด้วยความแปลกใหม่ด้วยการนำผัก-ผลไม้มาจัดร่วมกับดอกไม้เป็นช่อหรือกระเช้า ถือเป็นส่วนผลักดันสำคัญที่จะดึงดูดให้ลูกค้าทุกกลุ่มวัยเกิดการจดจำและเข้ามาใช้บริการของทางร้านอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มให้กับดอกไม้ อีกทั้งยังเป็นช่องทางเพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มลูกค้าได้มีทางเลือกมากขึ้นไม่จำเจกับรูปแบบเดิมๆ

4. การทำตลาดในช่วงเทศกาล จะใช้จุดขายเรื่องความแปลกใหม่ในรูปแบบการจัด ราคาไม่แพง นอกจากนั้นยังมีบริการส่งดอกไม้ โดยไม่คิดอัตราค่าบริการให้ด้วย เป็นการอำนวยความสะดวกแก่กลุ่มลูกค้า รวมถึงมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าของร้านในวันพิเศษ อาทิ วันเกิด ด้วยการให้สิทธิในการมอบดอกไม้ให้แก่คนพิเศษ 1 ช่อ เป็นต้น

5. มีการจัด Display หน้าร้านเพื่อสื่อให้เห็นถึงรูปแบบจัดที่มีความแปลกจากร้านดอกไม้ทั่วๆ ไป ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า จะทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและบอกต่อปากต่อปาก และเข้ามาใช้บริการของร้านมากขึ้น

6. ทางร้านควรสร้างเว็บไซต์ของร้าน โดยมีบริการสั่งซื้อดอกไม้ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกชนิดและสีของดอกไม้ได้ นอกจากนี้ยังมีบริการส่งถึงที่ (Delivery) ให้กับลูกค้าหรือบุคคลที่ลูกค้าจะมอบให้อีกด้วย

7. วิธีลด แลก แจก แถม รวมถึงการสะสมคะแนนเป็นจุดขายในการดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยหากลูกค้าซื้อดอกไม้ครบ 300 บาทก็มีแต้มสะสม 1 แต้ม ถ้าสะสมได้ครบ 10 แต้มสามารถนำมาแลกดอกไม้เป็นกระเช้าหรือจัดเป็นช่อ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

การที่มีรูปแบบที่แตกต่างจากร้านจัดดอกไม้ทั่วไป ดอกไม้ที่ใหม่และสดตลอดเวลาการบรรจุภัณฑ์ ที่สวยงามกลมกลืนกับดอกไม้เสมือนเป็นส่วนเดียวกัน ย่อมทำให้ลูกค้าพึงพอใจและการจัดส่งดอกไม้ถึงผู้ที่ต้องการให้จัดส่ง ถือเป็นการบริการที่สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้ทางหนึ่ง การทำตลาดเชิงรุกเพื่อความสะดวกสบายให้กับลูกค้า โดยการนำเสนอรูปแบบต่างๆ ของสินค้าไปที่สำนักงานของลูกค้าหรือการส่งรูปแบบทาง Internet ทำให้ลูกค้าสามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายต่างๆ ส่งผลในด้านการสร้างความประทับใจต่อลูกค้าเป็นอย่างสูง ก่อให้เกิดการสื่อต่อไปยังลูกค้ากลุ่มอื่นที่ยังไม่ได้ใช้บริการโดยใช้ลูกค้าเป็นสื่อกลางซึ่งสร้างความเชื่อถือต่อลูกค้ารายใหม่ได้เป็นอย่างดี

Categories: Uncategorized

Tags: Comments Off

การทำรายได้ของธุรกิจการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์

September 25th, 2014

ดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญหนึ่งของประเทศไทยที่มีมูลค่าการส่งออกอยู่ในระดับสูง สามารถนำรายได้จากต่างประเทศเข้ามาเป็นจำนวนมาก ในช่วงระยะเวลา 8-7 ปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตามในปี พ.ศ. 2532 สหรัฐอเมริกาได้ตัด GSP สำหรับดอกไม้ผ้าประดิษฐ์ด้วยมือจากประเทศไทย การตัด GSP ดังกล่าวเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์จากประเทศไทย เนื่องจาก ผู้บริโภคชาวอเมริกัน จะต้องเสียภาษีสินค้าเข้าสูงขึ้นอีก 17 เปอร์เซ็นต์ ยิ่งกว่านั้นค่าจ้างแรงงานก็สูงขึ้น ในขณะเดียวกันกับที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ในตลาดต่างประเทศรายสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเยอมันตะวันตก เนื่องจากมีราคาขายต่ำและค่าจ้างแรงงานถูก ดังนั้นธุรกิจดอกไม้ประดิษฐ์ของประเทศไทยจึงเริ่มมีปัญหาหลายประการ การจัดทำวิทยานิพนธ์ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะวิเคราะห์สถานการณ์ทางด้านการผลิตและการตลาดดอกไม้ประดิษฐ์ของประเทศไทย พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขข้อมูลที่ใช้ในการศึกษานั้น ส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลปฐมภูมิ ที่ส่วนมาได้มาจากการสัมภาษณ์บริษัทผู้ผลิตและส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ทั้งหมด 23 บริษัท ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากรัฐบาลและยังคงเปิดดำเนินกิจการอยู่ในปัจจุบัน และอีกส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลทุติยภูมิได้มาจากหน่วยราชการต่าง ๆ เช่น กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้นผลที่ได้จากการวิเคราะห์ แสดงให้เห็นว่า ปัญหาด้านการผลิตส่วนใหญ่ คือ ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อันเนื่องมาจากราคาวัตถุดิบสูงขึ้น อีกทั้งการขาดแคลนแรงงานฝีมือสำหรับในด้านการตลาด จะพบว่า การส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับตลาดใหญ่เพียงตลาดเดียว คือ สหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยส่งออกดอกไม้ประดิษฐ์ไปยังสหรัฐอเมริกา ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด และปัญหาต่อเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ราคาขายสินค้าสูงขึ้น

ซึ่งปัญหานี้เป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาดสำหรับการวิเคราะห์ทางสถิตินั้น เพื่อเป็นการยืนยันข้อสรุป ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ปรากฎว่า ทางด้านอุปสงค์ ราคาส่งออกมีผลต่อปริมาณความต้องการจากต่างประเทศมาก ในขณะที่อุปทานกลับตรงข้าม ราคาส่งออกไม่ใช่สิ่งจูงใจสำคัญให้ทำการผลิตเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การวิเคราะห์ยังแสดงให้เห็นว่า ในด้านการแข่งขันกับผู้ผลิตต่างประเทศในตลาดสหรัฐอเมริกายังไม่ถึงขึ้นแย่งลูกค้ากัน สำหรับในด้านการผลิต จากการวิเคราะห์พบว่า ผู้ผลิตมีแนวโน้มที่จะนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานคน ในบางขั้นตอนที่สามารถนำเครื่องจักรมาแทนได้ เนื่องจาก ความยืดหยุ่นของผลตอบแทนจากเครื่องจักมีค่าสูงกว่าจากแรงงานคนแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นั้น ผู้ผลิตและหน่วยงานรัฐบาลควรจะร่วมมือกันเช่น ร่วมกันจัดตั้งศูนย์พัฒนาแรงงานช่างฝีมือ เพื่อให้แรงงานมีทักษะและความชำนาญ ในขณะเดียวกันผู้ผลิตควรจะมีสิ่งจูงใจในการทำงาน เช่นสวัสดิการต่างๆ นอกเหนือจากการให้ค่าจ้าง สำหรับทางภาครัฐบาล ควรจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น การจัดสร้างท่าเรือน้ำลึก เพื่อให้เรือใหญ่สามารถเข้ามาจอดขนถ่ายสินค้าได้อย่างสะดวก เป็นต้น ยิ่งกว่านั้น การย่นระยะเวลาการคืนภาษีนำเข้าวัตถุดิให้แก่ผู้ผลิตเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตสามารถใช้เงินทุนที่มีอยู่หมุนเวียนได้มากขึ้น

Categories: เรื่องธุรกิจ

Tags: Comments Off

ธุรกิจการค้าไม้ดอกไม้ประดับนับวันจะขยายกว้างออกไป

August 28th, 2014

ปัจจุบันไม้ดอกไม้ประดับมีมากหมายหลายประเภทให้เราได้เลือกซื้อมาวางขาย การเปิดร้านขายต้นไม้เป็นอาชีพอิสระที่น่าสนใจไม่ใช่เรื่องยาก เคล็ดลับที่จะทำให้ร้านขายต้นไม้ของเรามีความน่าสนใจก็คือต้องมีต้นไม้ที่หลากหลาย ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ ต้นไม้มงคล พืชผักสวนครัว ไม้ยืนต้นและไม้ใบไม้ประดับรวมถึงวัสดุอุปกรณ์สำหรับการปลูกต้นไม้ เช่นกระถางต้นไม้ขนาดต่างๆ นอกจากวัสดุอุปกรณ์สำหรับปลูกต้นไม้แล้ว ของตกแต่งสวนหย่อม เช่น ตุ๊กตาเซรามิค เครื่องเคลือบดินเผา อ่างน้ำตก ก็เป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยให้ร้านมีความหลากหลาย การเปิดร้านขายต้นไม้ช่วงแรกๆอาจต้องศึกษาเกี่ยวกับพันธุ์ไม้เพื่อให้มีความรู้อยู่บ้าง

ธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าจับตามอง

เพราะคนส่วนใหญ่หันมาให้ความสนใจการปลูกต้นไม้กันมากขึ้น ประเทศไทยทำการค้าขายไม้ดอกประดับกับประเทศเพื่อนบ้านมาตั้งแต่ในอดีต แต่เป็นการส่งออกตามรายการที่ถูกสั่งมา แต่ในปัจจุบันถ้าจะให้การส่งออกมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจะต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้งสมาคม หน่วยงานรัฐบาล ผู้ประการ บริษัทเอกชน และเกษตรกร เพื่อส่งเสริมและผลักดันธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับให้มีทิศทางที่ดีขึ้น เริ่มต้นจากหน่วยงานของรัฐบาลควรทำการศึกษาข้อมูลและแนวโน้มของพันธุ์ที่จะได้รับความนิยมในอนาคตมาเผยแพร่ให้กับผู้ประกอบการและเกษตรเพื่อให้มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องของการปรับปรุงพันธุ์และปริมาณการผลิต

การผลิตไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้านั้น นับวันจะมีความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศมากขึ้น ในเมืองไทยเรานั้นตลาดการค้าไม้ดอกไม้ประดับนับวันจะขยายกว้างออก และมีปริมาณมากขึ้นให้ทันกับความต้องการของคนไทย จึงเป็นที่เชื่อได้ว่าอนาคตของการปลูกไม้ดอกไม้ประดับในเมืองไทยนั้น จะก้าวไปสู่วิถีการผลิตเช่นผลิตผลในทางเกษตรกรรมสาขาอื่นๆได้เหมือนกัน

ความสำคัญของไม้ดอกไม้ประดับ

1.สามารถทำเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมของเกษตรกรได้เป็นอย่างดี สร้างรายได้ให้แก่ผู้ผลิตปีละจำนวนมากๆ
2.ทำให้สภาพแวดล้อมเกิดความร่มรื่นสวยงามให้แก่สถานที่ต่างๆให้น่าอยู่น่าอาศัย สร้างความเพลอดเพลิน
3.เป็นแหล่งวัตถุดิบทำให้เกิดอุตสาหกรรมต่างๆ
4.ก่อให้เกิดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สามารถสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและส่วนรวมอีกทางหนึ่งด้วย
5.ไม้ประดับสามารถส่งเป็นสินค้าออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ สร้างรายได้เป็นมูลค่านับพันล้านบาทต่อปี
6.ใช้เป็นแหล่งทดลองทางวิทยาศาสตร์การเกษตร ทำให้เกิดความเจริญด้านเทคโนโลยีการเกษตรมากยิ่งขึ้น

Categories: เรื่องธุรกิจ

Tags: , , Comments Off

แนวโน้มธุรกิจสวนกล้วยไม้ในต่างแดน

July 30th, 2014

umcpkdphi
ในปัจจุบันการทำธุรกิจเกี่ยวกับดอกไม้ เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะมีหลากหลายหนทางในการทำธุรกิจ เช่น เปิดร้านขายดอกไม้ การทำธุรกิจไม้ดอกไม้ประดับ การจัดสวน และ การทำสวนดอกไม้ ซึ่งพอจะยกตัวอย่าง ธุรกิจทำสวนดอกไม้ดังนี้

ธุรกิจสวนกล้วยไม้ เนื่องจากในบรรดาไม้ดอกไม้ประดับแล้ว กล้วยไม้เป็นดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก นอกจากจะสวยงามแล้วกล้วยไม้ยังสามารถเก็บรักษาไว้ได้นานด้วย กล้วยไม้จึงเป็นดอกไม้ที่นิยมนำมาตกแต่งกันอย่างแพร่หลาย และยังเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศไทยที่สามารถสร้างรายได้อย่างมหาศาลด้วย

แนวโน้มธุรกิจส่งออกกล้วยไม้ที่สำคัญของไทย

1.ญี่ปุ่น โดยที่ประเทศไทยจะส่งออกทั้งดอกกล้วยไม้และต้นกล้วยไม้มากเป็นอันดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันนั้นมีคู่แข่งขันจากประเทศต่างๆเพิ่มขึ้น

2.สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความสำคัญเป็นอันดับสองรองจากญี่ปุ่นที่มีแนวโน้มการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยกลาดกล้วยไม้นำเข้าของสหรัฐฯนั้นสามารถแบ่งออกเป็นกล้วยไม้สกุลหวายและสกุลอื่นๆ

3.สหภาพยุโรป ก็เป็นประเทศหนึ่งที่สำคัญในการนำเข้ากล้วยไม้ โดยที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกกล้วยไม้ที่สำคัญของสหภาพยุโรป ซึ่งรองจากญี่ปุ่นและสหรัฐฯ

ปัจจัยเสี่ยงของการส่งออกกล้วยไม้ คือ ความต้องการในตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยต้องการความแปลกใหม่และหลากหลาย แต่ประเทศไทยนั้นมีการปรับปรุงพันธุ์กล้วยไม้น้อย จึงทำให้ประเทศไทยเสียตลาดบางส่วนให้กับประเทศอื่นๆไป เช่น ไต้หวัน สิงคโปร์ และนิวซีแลนด์ เนื่องจากประเทศเหล่านี้มีการสร้างศูนย์เทคโนโลยีกล้วยไม้และเอกชนเข้าไปใช้ประโยชน์ทำให้การปรับปรุงคุณภาพของสินค้าได้ดี ซึ่งถ้าผู้ส่งออกของประเทศไทยนั้นหันมาพัฒนาในด้านพันธุ์และเทคโนโลยีจะจะสามารถดึงตลาดกลับมาได้ ซึ่งในปัจจุบันมีแนวโน้มว่าประเทศคู่แข่งนั้นมีการผลิตดอกกล้วยไม้ที่มีคุณภาพมากขึ้น ได้แก่ ไต้หวัน สิงคโปร์และมาเลเซีย ฉะนั้นประเทศไทยจึงจำเป็นต้องหาแนวทางในการพัฒนากล้วยไม้ส่งออกอย่างเร่งด่วน

อุตสาหกรรมกล้วยไม้ของประเทศไทยได้ขยายตัวเป็นอย่างมากในปัจจุบันเมื่อเทียบกับดอกไม้ชนิดอื่นๆ ทั้งด้านพื้นที่ปลูก และจำนวนผู้ปลูก กล้วยไม้จึงนับเป็นไม้ดอกที่สำคัญอันดับหนึ่งของประเทศ ซึ่งเป็นพืชที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้น

Categories: เรื่องธุรกิจ

Tags: , , Comments Off

Feed

http://www.umcpkdphi.org /